วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

OTOP นวัตวิถี บ้านโพนทอง



ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

 OTOP นวัตวิถี บ้านโพนทอง
ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, เมฆ, ต้นไม้, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ

       🎉🎉🎉ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านโพนทอง เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับวิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ที่มาต่อยอดยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP หมู่ที่ 5 บ้านโพนทอง ต.อุ่มจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านโพนทอง ผลักดันการค้าขายสินค้า ให้เป็นเพียงผู้เกื้อหนุนชุมชนให้สามารถสร้างรายได้ตามความต้องการ ของชุมชน ด้วยการนำแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยเน้นการท่องเที่ยวชุมชน หรือที่เรียกว่า “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ จะเป็นการ สร้างรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวโดยเชื่อมเส้นทางการท่องเที่ยวภายในจังหวัด ค้นหา ใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ แปลเป็นรายได้ให้กับคนทั้งชุมชน






วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

การวางแผนกลยุทธ์เพจและบล็อกเกอร์ " เลาะนี้ที่ อำเภอประจักษ์ศิลปาคม "


การวางแผนกลยุทธ์เพจและบล็อกเกอร์ " เลาะนี้ที่ อำเภอประจักษ์ศิลปาคม "




1. ภารกิจ (Mission)
ให้ข้อมูล ข่าวสาร และประชาสัมพันธ์สินค้า OTOP
ให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ให้รู้จักมากขึ้น
ให้ข้อมูลในชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญในอำเภอเรา
- เพิ่มยอดกดไลค์เพจเฟสบุ๊คเพิ่มขึ้นจากเดิม 30 ไลค์ เป็นอย่างน้อย 50 ไลค์
- เพิ่มยอดคนกดไลค์โพสข้อความของเพจเฟสบุ๊คจากเดิม 0 ไลค์ เป็นอย่างน้อย 10 ไลค์
- เพิ่มยอดแชร์โพสเพจเฟสบุ๊คจากเดิม 0 แชร์ เป็นอย่างน้อย 5 แชร์
- ให้ข้อมูลที่เป็นจริงโพสในบล็อกเกอร์ เพื่อมี่คนสนใจนำมาอ่าน
- ให้คนเข้ามาอ่าน แล้วมาเที่ยวในอำเภอประจักษ์ศิลปาคม

2. โครงร่างของบริษัท (Company profile)
3. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก
จุดเด่น
     - ไม่ค่อยมีคู่แข่ง มีเพจที่เกี่ยวข้องกับอำเภอประจักษ์ศิลปาคมเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เพจถูกการปล่อยทิ้งไว้นานแล้ว ไม่มีการอัพเดตอะไรเพิ่มเติม
จุดด้อย
     - ไม่ค่อยมีกิจกรรมในเพจที่หน้าสนใจ
     - ความต่อเนื่องในการโพสน้อยไปทำให้คนไม่ค่อยสนใจและจำไม่ได้
     - ไม่ค่อยมีข้อมูล และเป็นอำเภอเล็กๆ ไม่ค่อยมีที่เที่ยว
     - โพสอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
อุปสรรค
     - เจ้าของเพจไม่ค่อยรู้สถานที่สำคัญของอำเภอประจักษ์ศิลปาคม
     - เจ้าของเพจยังไม่รู้ข้อมูลในอำเภอประจักษ์ศิลปาคมมากเท่าไหร่
โอกาส
     - เนื่องจากเป็นอำเภอเล็กๆ มี 3 ตำบล 41 หมู่บ้าน อำเภอเราก็มีที่ท่องเที่ยวและน่าสนใจ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หน้าสนใจค่อนข้างเยอะ จึงอยากให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา

4. การวิเคราะห์กลยุทธ์และทางเลือกของกลยุทธ์
- เน้นการใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก เพราะสามารถเผยแพร่ได้กว้างขวาง และประหยัดค่าใช้จ่าย

5.วัตถุประสงค์
- เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารของอำเภออำเภอประจักษ์ศิลปาคม
- เพื่อให้ข้อมูล ข่าวสาร และประชาสัมพันธ์สินค้า OTOP
- เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของอำเภอประจักษ์ศิลปาคม
- เพื่อให้ข้อมูลในชุมชน และสถานที่สำคัญในอำเภอเรา

6. แผน (Plans)
กำหนดเวลาไว้ 3 เดือน คือ เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนกันยายน
เดือนกรกฎาคม
     - สร้างสื่อโซเชียล เช่น เพจเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ บล็อกเกอร์ เพื่อเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์
     - อัพเดตข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆลงในโซเชียล
เดือนสิงหาคม
     - อัพเดตข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆลงในโซเชียลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสนใจและการจดจำเพจได้
     - ให้มีกิจกรรมขึ้นในเพจเพื่อเป็นการโปรโมทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
เดือนกันยายน
     - อัพเดตข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมใหม่ๆลงในโซเชียล
     - มีกิจกรรมมากขึ้นเพื่อทำให้คนสนใจเพจมากขึ้น เพื่อเป็นการโปรโมทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกต่อไป

7. นโยบาย (Policies)
ให้บริการข้อมูล ข่าวสาร สถานที่ท่องเที่ยว สินค้า OTOP ของอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี

8. การปฏิบัติตามกลยุทธ์ (Strategy implementation)
อัพเดตข้อมูล ข่าวสาร สถานที่ท่องเที่ยว สินค้า OTOP  

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

วัดโนนธาตุ จำปาหอม


รุกข มรดกแผ่นดิน

     จำปาหอม ซึ่งถือเป็น รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุ 63 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2561 และ เพื่อสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต้นไม้ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น พร้อมทั้งนำข้อมูลไปใช้ในการเผยแพร่ เกิดการเรียนรู้ และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเล็งเห็นความสำคัญของต้นไม้ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแล

     จังหวัดอุดรธานี มีต้นไม้ที่ได้รับการคัดเลือก 2 ต้น คือ กลุ่มต้นชะโนด บ้านโนนเมือง ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง ซึ่งมีอยู่ 2,000 กว่าต้น และกลุ่มต้นจำปาหอม วัดโนนธาตุ ตำบลอุ่มจาน อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ที่มีอยู่ประมาณ 60 ต้น
     จังหวัดอุดรธานีมีต้นไม้ใหญ่ทรงคุณค่าที่กระทรวงวัฒนธรรมได้สำรวจรวบรวมข้อมูล 2 ต้น คือ กลุ่มต้นชะโนด ได้ทำพิธีเปิดไปแล้ว สำหรับกลุ่มต้นจำปาหอมในสันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี ทั้งนี้จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ประกอบกับมีนิทาน ตำนาน 2 เรื่อง ที่อยู่ในเอกสารแผ่นพับของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดได้รวบรวม คือเรื่องตำนานพระนางจำปา จนเป็นที่มาของจำปาหอมพันปี กลุ่มต้นจำปาหอมแห่งนี้ จะรายล้อมรอบเจดีย์อุดมชัยมงคล สามารถส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจในธรรมชาติให้เดินทางมาสัมผัส ความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นได้เป็นอย่างดี และทราบว่าในวันที่ 12 เมษายนของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรม “ประเพณีตักบาตรดอกจำปา” ณ วัดแห่งนี้ ให้ผู้สนใจมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งต่อยอดให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนตลอดไป
     กลุ่มต้นจำปาหอม วัดโนนธาตุ นับเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความรัก โดยประวัติระบุว่า วัดโนนธาตุแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยขอมโบราณ ในอดีตใช้เป็นที่พักแรมของผู้คนที่ต้องการเดินทางไปร่วมสร้างพระธาตุพนม โดยได้มีการสร้างเจดีย์ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาหลายปี ในระหว่างก่อสร้าง หากมีผู้คนล้มตายก็จะฝังและปลูกต้นจำปาไว้เหนือหลุมฝังศพ เพื่อเป็นการแสดงความรักที่มีต่อผู้ตาย
ประมาณปี พ.ศ.2400 ได้มีผู้คนอพยพมายังบ้านเมืองปัง และพบต้นจำปาใหญ่รกครึ้ม คลุมซากปรักหักพังของเจดีย์เก่า ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า โนนธาตุ ซึ่งหมายถึง เนินที่ตั้งขององค์สถูปเจดีย์ และเรียกป่าต้นจำปาใหญ่ว่า จำปาพันปี โดยเชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้มีรุกขเทวดาดูแลรักษา
     ทุกๆปี ชุมชนของเราจะมีกิจกรรม “ประเพณีตักบาตรดอกจำปา” จัดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน หรือในช่วงสงกรานนั้นเอง ทุกคนในชุมชนจะไปที่วัดในช่วงเย็น ต้องรีบไปวัด เพราะว่ามีการเก็บดอกจำปา เราต้องเก็บมาเยอะๆ เพราะการตักบาตรทุกครั้ง จะมีแค่ดอกจำปาเป็นส่วนมากในการใส่บาตร สามารถนำดอกจำปากลับมาบ้านได้ เรานำเอามาใส่แจกันไว้หิ้งพระได้ นำมาใส่แจกันโชว์หน้าบ้านได้ เป็นสิริมงคลภายในบ้านได้ ถ้าสนใจในธรรมชาติให้เดินทางมาสัมผัสจำปา ได้ตลอดปี สักการะบูชาพระคู่บ้านในชุมชนเฉลิมพระเกียตริได้ รับรองว่าไม่มีที่ไหนแน่นอน มีที่นี้ที่เดียว สามารถ ไปขอพรพระธาตุภายใน ความสุขเล็กเราไม่จำเป็นต้องที่ไหนไกล แค่ประเพณีในชุมชนก็สามารถมีความสุขได้เหมือนกัน ถ้ายังไม่เคยไปก็สามารถมาได้ มาชมดูต้นจำปาได้ ถ้าจะมาตักบาตรจริงๆ ก็ต้อวงรอ ทุกวัน 12 เมษายน เท่านั้น 🙏🙏🙏🙏🙏🙏#วัดโนนธาตุเจดีย์ @ชุมชนวัดโนนธาตุ



วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ONE DAY เลาะนี้ที่ อำเภอประจักษ์ศิลปาคม


ONE DAY เลาะนี้ที่ อำเภอประจักษ์ศิลปาคม
           * ชุมชนเฉลิมพระเกียตริ 3 บ้าน 4 หมู่ ONE DAY *
            เริ่มต้น ตรวจเงินในกระเป๋าควรมีเงินซัก 1000 จากนั้นเริ่มเที่ยวยาวๆในชุมชนของเรา สถานที่แรกชองเราก็คือ ทะเลบัวแดงกันเลย

- จุดเริ่มต้นที่บ้านเดินทางไปทะเลบัวแดง ระยะทาง 2 กิโลเมตร ออกจากบ้าน 05.30 น. ไปถึงจุดจอดรถ 05.40 น. ซื้อตั๋วเรือ 500 บาท ลงเรือ 05.55 น.  นั่งเรือชิมวิว ถ่ายรูปทะเลบัวแดง 2-3 ชั่วโมง นั่งเรือในหนองหาน นั่งเรือเสร็จ ก็มาไหว้หลวงปู่ก่ำจำลอง และมาไหว้ศาลปู่-ย่า พญาขอม ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคล ให้เราและคนในครอบครัว



- จุดที่สอง นั่งรถมาจากท่าเรือทะเลบัวแดง ระยะทางจากท่าเรือมาวัดวัดมัชฌิมาวาส 5 เมตร   เป็นวัดที่ต้องมากราบไหว้ถ้ามาถึงอำเภอประจักษ์ศิลปาคม การเดินทางมาที่นี่ ต้องนั่งรถส่วนตัวที่สะดวกในการเดินทางควรพาคนในครอบครัวมาไหว้ ถ้ามาถึงวัดแล้ว สามารถไปกราบไหว้องค์หลวงปู่ก่ำ ไหว้พระ ขอพร ชมวิว ถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย รับรองว่าใครที่ได้มีโอกาสมาเยือนวัดมัชฌิมาวาสแห่งนี้ กลับบ้านไปด้วยความสุขและอิ่มบุญแน่นอน ขี่รถมากินข้าวอยู่บ้าน




















- จุดที่สาม นั่งรถออกจากบ้าน ไปวัดลุมพินีวันวราราม ระยะทาง 1 กิโลเมตร ไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว #โบสถ์ขาว สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอประจักษ์ศิลปาคม โบสถ์สีขาว เป็นโบสถ์เดียวในอำเภอประจักษ์ศิลปาคม หาสนใจมาเที่ยวโบสถ์สีขาวบรรยากาศความสงบ และความสวยงามภายในโบสถ์ของสถาปัตยกรรมที่เป็นอะไรที่เข้ากันและลงตัวมาก รับรองว่าใครที่ได้มีโอกาสมาเยือนโบสถ์แห่งนี้ จะกลับบ้านไปด้วยความสุขรอยยิ้ม รู้สึกอิ่มบุญ และภาพ สวยงามทุกคนแน่นอน





            


- จุดที่สี่ เดินทางไปวัดโนนธาตุเจดีย์ ระยะทาง 2 กิโลเมตร นั่งรถส่วนตัวไปที่วัด ไปไหว้ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับคนในครอบครัว ภายในวัดมีต้นจำปา 1000ปี หรือรุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี  ให้ถ่ายรูปสวยๆ และมีเจดีย์ ให้ไหว้และขอพรให้สมหวังดั่งที่ตั้งใจไว้ ชุมชนของเราจะมีกิจกรรม “ประเพณีตักบาตรดอกจำปา” จัดขึ้นในวันที่ 12 เมษายน หรือในช่วงสงกรานนั้นเอง ทุกคนในชุมชนจะไปที่วัดในช่วง ถ้าสนใจในธรรมชาติให้เดินทางมาสัมผัสจำปา ได้ตลอดปี เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย






* จบทริป 1 วัน ในชุมชนของเรา















วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ทะเลบัวแดง

ทะเลบัวแดง หัวดอนคง


     ชวนไปชมความสวยงามของทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี และอำเภอประจักษ์ฯจังหวัดอุดรธานี ที่เริ่มบานสะพรั่งในบึงกว้างใหญ่หลายหมื่นไร่ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและสายหมอกยามเช้า
      ทะเลบัวแดง ตั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติหนองหาน มีพื้นที่ประมาณ 22,500 ไร่ ประกอบไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นกและพืชน้ำจำนวนมาก โดยสามารถเยี่ยมชมทะเลบัวแดงได้ในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม
ตั้งอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติหนองหาน อำเภอกุมภวาปี และอำเภอประจักษ์ฯ มีพื้นที่ประมาณ 22,500 ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำจำนวนมาก โดยสามารถเยี่ยมชมทะเลบัวแดงได้ในช่วงเดือน ตุลาคม-มีนาคมเวลาประมาณ 06.00 – 11.00 น. มีท่าเรือให้บริการ เรือนำเที่ยวทั้งหมด 6 เท่าเรือ ได้แก่
    1.ท่าเรือบ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี
    2.ท่าเรือเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี
    3.ท่าเรือโนนน้ำย้อย ต.แชแล อ.กุมภวาปี
    4.ท่าเรือแชแล ต.แชแล อ.กุมภวาปี
    5.ท่าเรือคอนสาย ต.คอนสาย
    6.ท่าเรือดอนคง ต.อุ่มจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม
      ทะเลบัวแดง ตั้งอยู่ในอำเภอกุมภวาปีและอำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี อยู่ในบึงน้ำจืด บึงหนองหาน แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไป ด้วย พันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำ จำนวนมาก โดยดอกบัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม และค่อย ๆ ลดปริมาณ ลงในเดือนมีนาคม ดอกบัวจะบานในช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลาประมาณ 11.00 น. นักท่องเที่ยวจะมองเห็น ดอกบัวแดง บานเต็มท้องน้ำ หนองหานสุดลูกหูลูกตางดงาม อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า ทะเลบัวแดง ซึ่งในทุกปี นักท่องเที่ยว สามารถมาดูความงดงามของทะเลบัวแดง ได้ตั้งแต่ ต้นตุลาคม จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม
      ทะเลบัวแดง มักจะเบ่งบานสีชมพูสะพรั่งในทุกฤดูหนาว โดยจะบานไปทั่วพื้นที่ส่วนหนึ่งของบึงหนองหาน รวมพื้นที่กว่าหมื่นไร่ โดยทางชุมชนได้มีการจัดเรือนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมทะเลบัวแดงกันอย่างใกล้ชิด ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมทะเลบัวแดง อุดรธานี จะอยู่ในช่วง 06.00-11.00 น. โดยเฉพาะยามเช้าที่จะได้เห็นดอกบัวแดงชูช่อล้อกับสายหมอกบาง ๆ รับกับแสงตะวันสีทองอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถไปชมทะเลบัวแดงได้ทุกท่า เช่น ท่าเรือบ้านเดียม, ท่าเรือบ้านโนนน้ำย้อย, ท่าเรือบ้านแชแล, ท่าเรือเชียงแหว, ท่าเรือคอนสาย, ท่าเรือดอนคง, ฯลฯ ค่าบริการเรือนำเที่ยวเช่าเหมาลำ จะมี 2 ราคา เรือใหญ่และเรือเล็ก คือ เรือใหญ่ระยะใกล้ 300 บาท เรื่อใหญ่ระยะไกล 500 บาท นั่งได้ 5 - 8 คน และ เรือเล็กระยะใกล้ 100 บาท เรื่อเล็กระยะไกล 150 บาท นั่งได้ 2 - 3 คน
      "หนองหาน" จากหนองน้ำธรรมดาในอดีต ถูกธรรมชาติรังสรรค์กลายเป็น "ทะเลแห่งดอกบัวแดง" ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ อำเภอกุมภวาปี และอำเภอประจักษ์ฯ จังหวัดอุดรธานี เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่บนพื้นที่ 22,500 ไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญแห่งหนึ่งของไทย ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์นก พันธุ์ปลา และพืชน้ำจำนวนมาก อีกทั้งมีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ ให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยได้พึ่งพาเป็นแหล่งอาหาร
      ความพิเศษของหนองน้ำแห่งนี้ อยู่ที่การเบ่งบานของดอกบัวแดงเต็มท้องน้ำ ตลอดเดือนตุลาคมถึงมีนาคมของทุกปี โดยเดือนตุลาคมบัวแดงจะเริ่มแตกใบและออกดอกตูม และบานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บัวจะออกดอกมากที่สุดในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ และค่อย ๆ ลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม ดอกบัวส่วนใหญ่จะบานในช่วงเช้าตรู่ถึงเที่ยง จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่กับเก็บภาพความประทับใจ จากการออกดอกบานเต็มท้องน้ำสุดลูกหูลูกตา จึงเป็นที่มาของคำว่าทะเลบัวแดง
ทะเลบัวแดงยังเป็นตำนานรักของผ่าแดงนางไอ่ที่มีมาต่อรุ่นสู่รุ่น ตำนานรักที่ไม่ว่ามนุษย์หรือพญานาคที่รักกันไม่ได้มันเป็นสิ่งต้องห้าม
     ในแต่ละท่าเราสามารถเยี่ยมชมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ท่าเรือบ้านเดียม ต.เชียงแหว หลังจากเราไปดูทะเลบัวแดงเสร็จเราสามารถ มาไหว้ “พระธาตุบ้านเดียม” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ท่าเรือเชียงแหว ต.เชียงแหว เราสามารถมาไหว้ศาล ปัจจุบันชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “หอปู่ตา” ประจำหมู่บ้านเชียงแหวท่าเรือโนนน้ำย้อย ต.แชแล มีวัดใกล้ๆท่าเรือเราก็ไปไหว้เป็นสิริมงคลให้กับครอบครัวหรือตัวเรา ท่าเรือแชแล ต.แชแล เราไปไหว้พระธาตุจอมศรี หรือ พระธาตุแชแล ท่าเรือคอนสาย ต.คอนสาย (ไม่รู้ข้อมูล) ท่าเรือดอนคง ต.อุ่มจาน ไหว้หลวงปู่ก่ำ พระคู่บ้านคู่เมือง และไปเยี่ยมชมดอกลีลาวดีพันปี ที่ขึ้นเป็นมรดก รุกขมรดกของแผ่นดิน









วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

วัดมัชฌิมาวาส หลวงปู่ก่ำ


วัดมัชฌิมาวาส


       หลวง ปู่ก่ำ เป็นพระพุทธรูปโบราณหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีอายุกว่า ๑,๓๐๐ ปี สูง ๑๒๓ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๘๒ เซนติเมตร ที่ฐานมีตัวอักษรสลักไว้เป็นภาษาไทยน้อย มีใจความว่า
       "ศักราช ๗๑ ปีกัดเป้า เดือนเจียง วัน ๔ ขึ้น ๔ ค่ำ แสนสุขาพร้อมด้วยทายาทเป็นผู้สร้าง" แปลตามภาษาไทยได้ความดังนี้.. ศักราช ๗๑ ตัว เทียบเท่ากับปี พ.ศ. ๑๒๕๒ ปีกัดเป้า ตรงกับปีฉลู เดือนเจียง ตรงกับเดือน ๑ วันที่ ๔ ตรงกับวันพุธขึ้น ๔ ค่ำ แสนสุขา อาจจะเป็นตำแหน่งหรือทักษิณาทางการปกครองในสมัยนั้นก็ได้

        คนรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย เล่าว่า คนสมัยโบราณยุคขอมโบราณ เขาพากันไปสร้างพระธาตุพนม ตามตำนานที่ว่า สร้างเป็นอุโมงค์บรรจุพระอุรังคธาตุ หลังจากพระพุทธองค์ทรงปรินิพพานแล้ว หลังจากนั้นพอสร้างเสร็จก็มีการเดินทางไปตามเส้นทางบริเวณนี้ ต่อมาเกิดเกวียนล่ม และมีเหตุการณ์หยุดพักซ่อมแซม พวกคนโบราณจึงมีการก่อสร้างสิม และพระธาตุ สันนิษฐานว่าได้แก่วัดโนนธาตุในปัจจุบัน ส่วนที่เป็นหมู่บ้านบ้านดอนคง ก็เป็นเส้นทางที่คนสมัยโบราณได้พากันขนศิลาแลงจะไปสร้างพระธาตุพนม แต่พอรู้ข่าวว่าพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้ว ก็เลยพากันมาสร้างสิมและพระธาตุที่บริเวณวัดมัชฌิมาวาสในปัจจุบันนี้นั่นเอง ส่วนอีกที่หนึ่งที่อยู่ใกล้กันปัจจุบันเรียกว่าวัดดอนพระ
       จากการสอบถาม ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่พบเจอหลวงปู่ก่ำเป็นคนแรก คือ แม่ตู้ชาดา จันทรเสนา ท่านพบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์พระเปรอะเปื้อนคราบตะไคร่น้ำมากจนออกสี เขียวคล้ำไปทั้งองค์ ชาวบ้านจึงเรียกว่า หลวงปู่ก่ำ ซึ่งก่ำ ภาษาอีสาน แปลว่า เขียวคล้ำออกไปทางดำ ทุกๆปี จะมีการทำบุญสรงน้ำหลวงปู่ก่ำ ในวันเพ็ญเดือน 6 หรือตรงวันวิสาขบูชา มีการจุดบั้งไฟบูชา และมีพุทธศาสนิกชนมาร่วมงานจำนวนมาก  
       งานประเพณีนมัสการและสรงน้ำหลวงปู่ก่ำ กำหนดจัดวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 13 เพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสานประเพณีอันดีงาม ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทำบุญ สรงน้ำหลวงปู่ก่ำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าช่วยคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่างๆ หากปีใดฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ก็จะทำพิธีขอฝน เพื่อทำไร่นา
วัดมัชฌิมาวาส ตั้งอยู่ที่บ้านดอนคง ตำบลอุ่มจาน อำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี สังกัดมหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๕ ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า วัดบ้านดอนคง ขึ้นทะเบียนมีชื่อเรียกว่า วัดมัชฌิมาวาส ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๐ โดยมีพระครูอาทรวนกิจเป็นเจ้าคณะอำเภอประจักษ์ศิลปาคม และพระมหาสุวรรณรัตน์ สุวัณณวังโส เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส เป็นผู้ดูแลหลวงปู่ก่ำ
    เป็นวัดที่ต้องมากราบไหว้ถ้ามาถึงอำเภอประจักษ์ศิลปาคม การเดินทางมาที่นี่ ต้องนั่งรถส่วนตัวที่สะดวกในการเดินทางควรพาคนในครอบครัวมาไหว้ ถ้ามาถึงวัดแล้ว สามารถไปกราบไหว้องค์หลวงปู่ก่ำ ไหว้พระ ขอพร ชมวิว ถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย รับรองว่าใครที่ได้มีโอกาสมาเยือนวัดมัชฌิมาวาสแห่งนี้ กลับบ้านไปด้วยความสุขและอิ่มบุญแน่นอน 





















วัดศรีบุญเรือง

วัดศรีบุญเรือง ตั้งอยู่ที่บ้านเชียงกรม ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อดรธานี เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในอ.ประจักษ์ฯ ชาวบ้านนิยมมาอุ...